สำหรับคลังสินค้า การมีระบบเก็บรักษาและการจัดระเบียบที่ดีเป็นสิ่งสำคัญ หนึ่งในวิธีที่ได้รับความนิยมคือการลงทุนในระบบ Pallet Racking ระบบเหล่านี้เป็นเหมือนชั้นวางขนาดใหญ่ที่วางถาดสินค้าซ้อนกัน ซึ่งช่วยประหยัดพื้นที่และทำให้ทุกอย่างเป็นระเบียบ
มีระบบชั้นวางพาเลทหลากหลายชนิด ประเภทหนึ่งเรียกว่า selective racking ซึ่งทำงานเหมือนตู้หนังสือที่คุณสามารถหยิบของชิ้นใดก็ได้จากชั้น อีกประเภทหนึ่งคือ drive-in racking ซึ่งรถยกสามารถขับเข้าไปในชั้นเพื่อหยิบของได้ เหมาะสำหรับการเก็บสินค้าชนิดเดียวกันจำนวนมาก นอกจากนี้ยังมีชั้นแบบ drive-through rack ซึ่งเปิดทั้งด้านหน้าและหลัง ให้สามารถเข้าถึงวัสดุได้
บางสินค้าในคลังมีขนาดใหญ่หรือยาวเกินไปที่จะวางบนชั้นวางปกติ นี่คือที่มาของระบบชั้นวางแบบ Cantilever ซึ่งมีแขนยาวที่ยื่นออกมาจากเสาแนวตั้ง ดังนั้นคุณสามารถใช้มันเพื่อเก็บสินค้าที่มีความสูงเกินกว่าที่ชั้นวางปกติจะรองรับได้
ระบบ Rack แบบ Push back เป็นวิธีที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่ต้องการใช้พื้นที่จัดเก็บให้มีความหนาแน่นสูงสุดในคลังสินค้าที่มีข้อจำกัดเรื่องพื้นที่ โดยการจัดระเบียบนี้ คุณสามารถทำงานได้อย่างมีสติและประหยัดเวลาเมื่อหยิบสินค้าแต่ละรายการเพื่อจัดส่งคำสั่งซื้อ
ประสิทธิภาพเป็นปัจจัยสำคัญในคลังสินค้าที่มีการเคลื่อนไหวมาก นั่นคือที่มาของระบบ Rack แบบ Carton flow (ในศูนย์ปฏิบัติงานประเภทนี้ สินค้าจะถูกเคลื่อนย้ายไปข้างหน้าผ่านลูกกลิ้งหรือสายพานลำเลียงขณะที่ผู้หยิบสินค้าอย่างคุณเลือกสินค้า) นี่คือสิ่งที่ทำให้กระบวนการหยิบสินค้ารวดเร็วและง่ายดาย
ระบบ Rack แบบ Carton flow เหมาะสมสำหรับคลังสินค้าที่จัดการสินค้าขนาดเล็กหลากหลายประเภทที่ต้องการการหยิบสินค้าอย่างรวดเร็ว โดยการใช้ระบบดังกล่าว คุณจะมีประสิทธิภาพมากขึ้นและสามารถส่งคำสั่งซื้อได้เร็วขึ้น ซึ่งจะทำให้ลูกค้าพอใจมากขึ้น
เมื่อเลือกโซลูชันแร็คสำหรับคลังสินค้าของคุณ ควรพิจารณาข้อดีและข้อเสียของแต่ละประเภท แร็คแบบ Selective เหมาะสำหรับการเข้าถึงสินค้าทั้งหมดได้ง่าย แต่อาจไม่ใช้พื้นที่อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ Drive-in racking มีประสิทธิภาพในการเพิ่มปริมาณสินค้าประเภทเดียว แต่ยากต่อการเคลื่อนย้ายภายใน ส่วน Drive-through racking ให้การเข้าถึงจากทั้งสองด้าน แต่อาจต้องใช้พื้นที่มากกว่าวิธีอื่น